สมมุติว่าในปี ค.ศ 1965 ถ้าคุณมีเงินอยู่ 10,000 เหรียญ และลงทุนแบบเดียวกับบัฟเฟตท์ เชื่อไหมว่าในปีนี้คุณจะมีเงินทั้งหมด 51 ล้านเหรียญ ทวีคูณได้ขนาดนี้เงินล้านก็หาไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว
วอร์เรน บัฟเฟตท์ นักลงทุนในหุ้นผู้คุมบังเหียนตำแหน่ง Chairman and chief executive of Berkshire Hathaway Inc. ซึ่งขณะนี้มูลค่าสินทรัพย์กว่า 30,000 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังใจกุศลยื่นเงินให้มูลนิธิต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และทำตัวติดดินไม่ฟุ้งเฟ้อเหมือนเศรษฐีใหม่บางคน
วิธีของวอร์เรน บัฟเฟตท์ คือ...
ซื้อขายหุ้นให้เหมือนเป็นบริษัทของตัวเอง แต่ถ้าคุณคิดว่าจะซื้อขายแบบรวดเร็ว นั่นอาจจะไม่ใช่การลงทุนแต่เป็นการพนันต่างหาก
ลืมเรื่องเทคนิค กลยุทธ์ หรือการวิเคราะห์จากกูรูต่างๆ เพราะมันสามารถใช้เป็นเครื่องมือในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ทำให้นักลงทุนบางคนลืมรากฐานของบริษัท และซื้อขายจากการวิเคราะห์เพียงอย่างเดียว
อดทนเล่นหุ้นระยะยาวดีกว่าการลงทุนระยะสั้น เพราะทำให้เม็ดเงินเติบโตได้มากกว่า อีกทั้งยังได้ลดภาษีและมีรายได้ต่อเนื่อง ต้องกล้าขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม อย่าหวังว่าราคาจะสูงกว่านี้อีก
ถ้ามัวแต่พึ่งรายได้ทางเดียว ควรมีรายได้อย่างที่สองเพื่อค้ำจุนชีวิตไว้บ้าง อย่างเช่น การลงทุน
อย่าหาเงินจากตลาดหุ้นปัจจุบัน แต่ซื้อการคาดคะเนจากตลาดหุ้น ล่วงหน้าเป็นเวลา 5 ปีต่างหาก
Quote : วอร์เรน บัฟเฟตท์
ผมรู้มาตลอดว่าต้องเป็นคนรวย เรียกว่าไม่มีสักนาทีที่สงสัยเลย เพราะผมมีกฏอยู่ 2 ข้อ 1. ห้ามเสียเงิน 2. ห้ามลืมกฏข้อที่ 1
บิล เกตส์ ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์เปอร์เรชั่น จำหน่ายลิขสิทธิ์และซอฟแวร์ขายปลีก
รายใหญ่ที่สุดในโลกมีรายได้กว่า 50,000 ล้านเหรียญ จากอดีตนั้นเป็นแค่เด็กมหาวิทยาลัยธรรมดาบ้าคอมพิวเตอร์ แต่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำซอฟแวร์ออกขาย และโชคดีที่ได้ลูกค้ารายแรกที่ชื่อว่า IBM งานนี้รวยไม่รู้เรื่อง
วิธีของบิล เกตต์คือ
ห้องทำงานของบิล เกตต์ ใช้อีเมลล์ในการสื่อสารเท่านั้น และไม่ใช้กระดาษบนโต๊ะทำงานเลย เวลามีไอเดียอะไรก็จดไว้ที่ Tablet PC เท่านั้นไม่เปลืองทรัพยากร
ปฏิเสธเงินก้อนใหญ่แบบขายขาดแต่เรียกเก็บเงินเป็นค่าลิขสิทธิ์แทน เพราะมองเห็นว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกำลังจะเปลี่ยนโลก
เมื่อเริ่มทำธุรกิจต้องมองไปที่ศตวรรษหน้า และผู้นำควรยินดีที่จะมอบอำนาจให้คนอื่นๆ อย่างเช่น มอบตำแหน่งประธานบริหารให้ สตีฟ บาลเมอร์ โดยตนเองนั้นเกษียณอายุก่อนกำหนดเพื่อดูแลมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation
ใช้ความมั่นใจของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม และกล้าต่อรองกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ในขณะที่ตัวเองเป็นเพียงนักศึกษา
โดนัลด์ ทรัมป์เป็นลูกคนรวยแห่งนิวยอร์คที่สร้างปรากฏการเก่งเหนือพ่อ สามารถ
ทวีคูณทรัพทย์สินได้ไม่หยุดยั้ง หรืออาจจะเป็นเพราะความโชคดีที่พ่อของเขาพาไปดูพื้นที่และ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่าให้ดูทีวีอยู่กับบ้าน
โดนัลด์ ทรัมป์ประสบความสำเร็จสูงสุดเมื่อนำเอาพื้นที่เสื่อมโทรมบริเวณเกาะแมนฮัต
ตัน นิวยอร์ค มาทำเป็นอาคารออฟฟิตและที่พักอาศัย จนทำให้ละแวกนี้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรัมป์ชอบมองหาพื้นที่หรือตึกเก่าๆ มาบูรณะพัฒนาให้ดูดีทันสมัย และขายออกไปในราคาที่ได้กำไร ซึ่งตอนนี้มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,900 ล้านเหรียญ
โดนัลด์ ทรัมป์คือ
ให้มองหาโอกาสทางธุรกิจเสมอ ไม่ว่างานนั้นคุณจะถนัดหรือไม่ก็ตาม
ถ้าเป็นไปได้ให้เอาชื่อของคุณเข้าเป็นแบรนด์ของบริษัทเพื่อให้คนจดจำ และเชื่อมั่นในธุรกิจแม้ว่าคุณจะไม่ได้บริหารแล้วก็ตาม
การลงทุนในอสังหาริมทรัพท์ไม่มีวันล้าสมัย แต่ว่ามันก็มีความเสี่ยงได้เช่นกัน ซึ่งคุณต้องพัฒนาแล้วมันจะเป็นธุรกิจที่ปลอดภัยกว่าเดิม
ออกสื่อให้เยอะเพราะคนจะจำคุณได้พอๆ กับจดจำธุรกิจของคุณเอง
ถ้าคุณเป็นคนในวัยทำงานอย่าว่าตัวเองว่าทำไมยังไม่รวย แต่ให้ขอบคุณว่าตนเองนั้นยังมีชีวิตอยู่ และให้กำลังใจตัวเองแล้วสร้างเงินล้านแก่ตัวเองให้ได้
Quote : โดนัลด์ ทรัมป์
ทุกคนต้องมีความกลัว แต่การศึกษาเป็นอย่าแก้ความกลัวขนานเอก



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น